รถขนไก่ชนข้ามเลนประสานงาปิกอัพเสียชีวิต 2

เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 9 มกราคม 2562 พ.ต.ท. มนตรี แดงดี พนักงานสอบสวน สภ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถยนต์กระบะ ชนประสานงากับรถกระบะอีกคันที่บริเวณถนนหลวงหมายเลข 11  พิษณุโลก - อุตรดิตถ์  หลักกิโลเมตรที่ 242 ใกล้เคียง โรงสีทีเอสพีไรซ์ ม.1 ต.วัดโบสถ์ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลกหลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยบูรพา สมาคมพิษณุโลกการกุศลสงเคราะห์ รุดไปตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุ พบรถยนต์ปิกอัพยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นวีโก้ สีขาวมีตู้ทึบ หมายเลขทะเบียน บษ 4569 พิษณุโลก ภายในบรรทุกไก่ชนมาหลายตัว สภาพด้านหน้ารถพังเสียหาย ชนกับยนต์รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซุซุ รุ่น ดีแม็ก สีบรอน หมายเลขทะเบียน บต 4010 จังหวัดน่าน สภาพรถพังยับเยิน และพบผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายนอนร้องครวญครางขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่กู้ภัยพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลวัดโบสถ์ จึงเร่งให้การช่วยเหลือลำเลียงผู้บาดเจ็บทั้งหมดเร่งส่งโรงพยาบาลวัดโบสถ์ ทราบชื่อผู้บาดเจ็บทั้งหมดต่อมาคือ นายโยธิน อินจา อายุ 27 ปี บ้านเลขที่ 151 ม.1 ต.บัวใหญ่ อ.นาน้อย จ.น่าน(เป็นผู้ขับขี่รถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีแม็ก)  ด.ญ. อรปรียา วงศ์มหา อายุ 8 /นาง พาลี อินจา อายุ 47 ปี /นาย ตั้ม ตุ้ยน้อย อายุ 44 ปี /นาง วันทอง สิทธิโน อายุ 54 ปี / นาย สมศรี วงศ์มหา อายุ 40 ปี ทั้งหมดพักอาศัยอยู่ที่ ม.1 ต.บัวใหญ่ อ.นาน้อย จ.น่าน และ นายสุทธิพงษ์ พรมจันทร์ อายุ 44 ปี พักอาศัยอยู่ที่ ม.4 ต.ทุ่งศรี อ.ร้องกวาง จ.แพร่ (ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะ โตโยต้าวีโก้ สีขาว) บรรทุกไก่ชนได้รับบาดเจ็บ  
ในที่เกิดเหตุยังยังพบผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชาย 1 ราย หญิง 1 ราย ถูกอัดก็อปี้ติดอยู่บริเวณด้านหลังคนขับที่เป็นช่วงแคปหน้ารถ ปิกอัพยี่ห้ออีซูซุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเข้าดำเนินการตัดถ่างเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ออกมาจากซากรถและ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายต่อมา รายแรกคือ นายถนอม อายุ 61 ปี บ้านเลขที่138 ม1 บ้านน้อย อ.นาน้อย จ.น่าน อีกรายคือนางพัด ใจใหม่ อายุ 51 ปี บ้านเลขที่เดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงส่งศพผู้ตายให้แพทย์ทำการชันสูตรอีกครั้งยังโรงพยาบาลวัดโบสถ์
จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นทราบว่านายสุทธิพงษ์ ซึ่งขับขี่รถยนต์ปิกอัพกำลังจะนำไก่ชนทั้งหมดไปส่งให้ลูกค้าในจังหวัดต่างๆ โดยเดินทางมาเพียงคนเดียว เมื่อขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุด้วยความเร็วสูง บริเวณจุดเกิดเหตุเป็นที่มืดและคนขับไม่ชำนาญทาง รถจึงเกิดเสียหลักพุ่งข้ามเลนไปอีกฝั่งถนน และเป็นจังหวะเดียวกับที่นายโยธิน ได้ขับรถยนต์กระมาพร้อมกับญาติๆจำนวน 7 คน ที่เดินทางไปรับญาติที่กรุงเทพกำลังจะกลับจังหวัดน่านวิ่งสวนมา จึงพุ่งเข้าชนกันอย่างจังเสียงดังสนั่น 
เป็นเหตุให้ผู้โดยสารที่อาศัยมากับปิกอัพของนายโยธินที่นั้งอยู่ในด้านหลังแคบเสียชีวิตคาที่ 2 ราย ส่วนญาติๆที่เหลือได้รับบาดเจ็บจำนวน 6 คน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนผู้ขับขี่รถยนต์ทั้งคู่อีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ก่อนมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

folder_openAssigned tags
keyboard_arrow_up