รวบตัวสองโจ๋ ก่อเหตุยิงหนุ่มจิตอาสาเสียชีวิต

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 พ.ย. พ.ต.อ.สรกฤษณ์  น่วมด้วง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพรหมพิราม จ.พิษณุโลก  พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธวัชชัย  ล่ามกิจจา รองผู้กำกับการสืบสวนสถานีตำรวจภูธรพรหมพิราม และกำลังตำรวจชุดสืบสวน สามารถจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ ซึ่งยังเป็นเยาวชน ทราบชื่อคือ นายเอ นามสมมุติ อายุ 16 ปี และ นายบี นามสมมุติ อายุ 16 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนกัน (นายโกมล  เพ็ชรอำไพ อายุ 16 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22/1 หมู่ 5 ต.หนองแขม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก คนขับรถ นายสิทธิศักดิ์  สัมมาชีวะ อายุ 16 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73 หมู่ 6 ต.หนองแขม อ.พรหมพิราม  คนยิง) พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น msx สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เสื้อผ้าที่ใส่ในวันเกิดเหตุ ส่วนอาวุธปืนลูกซองสั้นที่ใช้ยิงผู้ตายนั้นได้เอาไปโยนทิ้งหน้าเขื่อนนเรศวร อ.พรหมพิราม จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดที่นำปืนไปโยนทิ้ง พร้อมจะประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาลงงมค้นหาไว้เป็นหลักฐานสำคัญในคดี และจะสอบปากคำผู้ต้องหาร่วมกับทีมสหวิชาชีพเนื่องจากทั้งคู่ยังเป็นเยาวชน เพื่อแจ้งข้อหาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
จากการสอบสวน นายเอ และนายบี ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ในวันเกิดเหตุได้มาเที่ยวงานครบรอบวันมรภาพเจ้าอาวาสวังคลองแคตะวันตก ซึ่งในงานมีวงดนตรีย้อนยุคอย่างสนุกสนาน แต่เกิดไปมีเรื่องชกต่อยกับกลุ่มวัยรุ่นคู่อริในงาน ซึ่งนายอำพล  กุลมาก ผู้เสียชีวิต ขณะนั้นคอยเก็บบัตรจอดรถดูแลสถานที่ภายในวัด และเข้าห้ามปรามวัยรุ่นที่มีเรื่องกันอยู่ แต่เนื่องจากชุลมุนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร คิดว่าผู้ตายจะเข้ามาทำร้ายพวกตนจึงใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นที่เตรียมมายิงใส่ร่างผู้ตายไป 1 นัด ก่อนจะพากันขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีดังกล่าว แต่ก็มาถูกตำรวจชุดสืบสวนติดตามจับกุมตัวได้ที่ท่าข้าวแห่งหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 11 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมืองพิษณุโลก 
 ด้าน นายจรูญ  กุลมาก อายุ 58 ปี บิดาของนายอำพลผู้เสียชีวิต วันนี้ได้เดินทางมาให้ปากคำกับ พ.ต.ท.มนู  หรศาสตร์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.พรหมพิราม เจ้าของคดี ด้วยสีหน้าโศกเศร้าเสียใจที่ต้องสูญเสียบุตรชาย เปิดเผยว่า คืนเกิดเหตุลูกชายมาช่วยงานที่วัดคลองแคตะวันตกซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีหน้าที่คอยดูและอำนวยความสะดวกเรียบร้อยภายในวัด และคอยเก็บบัตรจอดรถของผู้ที่มาเที่ยวงาน แต่ปีนี้มีการจัดวงดนตรีย้อนยุคและแนวเพลงสตริง ทำให้มีวัยรุ่นทั้งในหมู่บ้านและวัยรุ่นหมู่บ้านใกล้เคียงยกพวกมาเที่ยวงานกันเป็นจำนวนมาก ทำให้มีเรื่องกระทบกระทั่งเขม่นกันภายในงานถึงขั้นรุมชกต่อยกัน สุดท้ายบุตรชายเห็นท่าไม่ได้เข้าไปห้ามปราม แต่คาดว่ากลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุนึกว่าเป็นคู่อริจะเข้ามาทำร้ายจึงใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นยิงใส่ร่างจนแน่นิ่งอาการสาหัส ก่อนชาวบ้านจะช่วยกันนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลพุทธชินราชแต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งขณะนี้ทราบว่าทางตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้ในเวลาอันรวดเร็ว ต้องขอขอบคุณที่สามารถจับตัวคนร้ายที่ยิงลูกชายตนเองได้สำเร็จ และอยากให้ตำรวจพาผู้ต้องหาให้ 2 ราย ไปกราบขอขมาต่อหน้าศพบุตรชาย แต่ยืนยันว่าจะไม่อโหสิกรรมให้ เพราะคนร้ายโหดเหี้ยมมากกล้ายิงคนในวัด ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุดด้วย
 ขณะที่ นายจตุพร กุลมาก อายุ 32 ปี พี่ชายของผู้เสียชีวิต ซึ่งอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจร้องไห้ตลอดเวลา ได้จัดเตรียมงานศพของนายอำพล  กุลมาก น้องชาย อยู่ที่วัดคลองแคโดยมีญาติพี่น้องรวมทั้งเพื่อนฝูงมาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก เปิดเผยว่า ครอบครัวมีด้วยกันสามพี่น้อง ผู้เสียชีวิตเป็นน้องคนสุดท้อง มีนิสัยจิตใจดีชอบช่วยเหลืองานส่วนรวมและงานบ้าน จะคอยช่วยเหลือพ่อทำนาเพราะแม่เสียชีวิตไป 3 ปีแล้ว ไม่คาดคิดว่าจะมาเกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเช่นนี้กับครอบครัวตัวเอง ส่วนศพของน้องชายจะมีพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 1 ธ.ค. นี้

folder_openAssigned tags
keyboard_arrow_up