ชาวนาตัดใจเกี่ยวข้าวขาดทุนยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านถ้ำเต่า ม.5 ต.แม่ระกา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ชาวบ้านเร่งเกี่ยวข้าวหนีน้ำ หลังจากในพื้นที่มีน้ำจากลำน้ำเข็ก หรือ แม่น้ำวังทองหลากเข้าท่วมต้นข้าวหอมพลวง บนพื้นที่ 37 ไร่ นานกว่า 5 วัน ตัดใจยอมขายขาดทุนดีกว่าแม้แต่ต้นทุนก็ไม่ได้คืนกลับมา
นายอุดม ดำรงกระโทก อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 147 ม.15 ต.แม่ระกา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เจ้าของนาข้าว ได้บอกว่า วันนี้ตัดใจจ้างรถเกี่ยวข้าว เข้ามาเกี่ยวข้าวหอมพลวงในนาข้าว ทั้งหมด 37 ไร่ ที่มีกำหนดเก็บเกี่ยวได้ประมาณกลางเดือนกันยายน 2562 แต่เมื่อวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมาน้ำจากลำน้ำเข็ก หรือแม่น้ำวังทอง ได้ไหลบ่าเข้าพื้นที่ ต.แม่ระกา และท่วมนาข้าวของชาวบ้านระแวกนี้ ซึ่งในนาของตนระดับน้ำท่วมสูงถึง 1 ฟุต ประกอบกับมีฝนตกลงมาในพื้นที่ทำให้ต้นข้าวของตนล้มแช่น้ำ ถึง 5 วัน หากปล่อยให้แช่นานกว่านี้ต้นข้าวต้องเน่าแน่ๆ จึงตัดใจว่าจ้างรถเกี่ยวมาเกี่ยวข้าวในวันนี้
นายอุดมฯ บอกต่ออีกว่า จริงๆ แล้วหากข้าวล็อตนี้อยู่ได้ถึงครบอายุเก็บเกี่ยวจะสามารถให้ผลผลิตได้ประมาณ 9 ตัน เป็นข้าวหอมพลวง ราคาขายจะอยู่ที่ประมาณตันละ 7300 บาท แต่ในวันนี้ตัดใจเกี่ยวข้าวก่อน ได้ผลผลิตเพียงแค่ 5 ตัน ส่วนสภาพของเม็ดข้าวแย่มาก ความชื้นนี่ไม่ต้องวัดเพราะสูงแน่ๆ ขายได้เพียงตันละ 6000 บาทเท่านั้น แต่ยังโชคดีที่นาข้าวนี้เป็นนาของตนไม่ได้เช่าเขา หากคนที่เช่านาด้วย คงแทบไม่ได้อะไรเลย ของตนก็ยังดียังพอได้คืนทุนบ้าง หลังจากนี้ก็ค่อยว่ากันใหม่ ได้น้อยยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

folder_openAssigned tags
keyboard_arrow_up