ธนาคารน้ำใต้ดินแก้ปัญหาภัยแล้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนพื้นที่ไร่เศษ ของสวนน้อมไทย ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วัดจุฬามณี อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ที่มีการปลูกพืชแบบผสมผสาน ทั้ง มะม่วงหลากหลายสายพันธุ์ ละมุด ขนุน ลำไย มะนาว และปลูกผักปลอดสารพิษ โดยสอนให้ชาวบ้านปลูกผักไว้กินเอง ซึ่งเป็นของนายไพศาล นวลทิม ชาวสวนชุมชนวัดจุฬามณี   ได้ทดลองทำธนาคารน้ำในสวน เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใต้ดิน ไว้ใช้ในฤดูแล้ง และให้ผลไม้สามารถดูดซึมน้ำไปใช้ โดยลดการรดน้ำในทุกๆวัน  สามารถลดต้นทุน ใช้ประโยชน์จากน้ำใต้ดินสู่แปลงเกษตรผสมผสานด้วยการพึงพาตนเอง
นายไพศาล นวลทิม ชาวสวนชุมชนวัดจุฬามณี   กล่าวว่า ในระยะหลังๆนี้พื้นที่ชุมชนวัดจุฬามณีเริ่มขาดแคลนน้ำปริมาณน้ำไม่เพียงพอใช้รดต้นไม้ จึงเริมดำเนินการจัดทำตัวอย่างธนาคารน้ำใต้ดิน เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาระบบน้ำในพื้นที่ ส่วนกรรมวิธีการทำธนาคารน้ำใต้ดิน ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพียงเลือกพื้นที่ต่ำสุดของสวนแล้วขุดเป็นหลุมขนาดกว้าง- ลึก ตามต้องการ ของตนเอง 150 เซนติเมตร ซึ่งเป็นบ่อตื้น  
จากนั้นใส่เศษวัสดุที่หาได้ เช่นยางรถยนต์เก่าใส่ลงไปที่ก้นหลุม จากนั้นนำเศษอิฐ กระเบื้อง เศษปูน และขวดน้ำพลาสติกที่มีฝาปิดใส่ลงไปประมาณ 3ใน 4 ความลึกของบ่อ ทำการเซาะเปิดหน้าดินเซาะเป็นร่องขอบปากบ่อ ใส่ขวดแก้วเพิ่มไปอีก 1 ชั้น โยนลงไปที่ก้นหลุม จากนั้นนำเศษหินเศษก้อนปูนทับลงไปอีกชั้น นำแผ่นลี่มาคลุมทับลงไปให้เกิดปากบ่อ ขั้นตอนสุดท้ายนำหินเกล็ดหรือเศษหินขนาดเล็กเททับลงไปให้เต็มบากบ่อให้ได้ระดับเดียวกันกับพื้นที่สวน ที่สำคัญต้องใช้ท่อพีวีซีวางตั้งที่กลางบ่อ ตั้งตรงปลายท่อให้สูงเหนือพื้นดินตามความเหมาะสม เพื่อเพิ่มการระบายอากาศ ซึ่งจะส่งผลให้น้ำซึมลงใต้ดินได้เร็วขึ้น จากนั้นก็ทดลองนำน้ำ 300 ลิตร เทลงไปปรากฏว่าน้ำไม่ล้นบ่อแล้วกลับซึมไปตามพื้นที่ ซึ่งถือว่าใช้ได้
สำหรับโครงการธนาคารน้ำใต้ดินที่ได้มีการทดลองทำขึ้น ถือเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนได้ดูเป็นแบบอย่าง และกลับไปทำที่บ้านของตัวเอง เพื่อช่วยเก็บกันน้ำฝนที่ตกลงมา สามารถนำน้ำขึ้นมาใช้ทำการเกษตรได้อย่างเพียงพอและอนาคตก็จะแนะนำให้เพื่อนบ้านที่ทำสวน และพื้นที่เหมาะสมที่เป็นน้ำท่วมขัง และขยายผลให้ ชาว ต.ท่าทอง  ได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

folder_openAssigned tags
keyboard_arrow_up