ญาติหวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรมเก๋งชน จยย.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟสบุ้ค ชื่อ “เมจัง”  ได้โพสข้อความ  #ช่วยแชร์ให้คนมาช่วยเราด้วย #ขอความเป็นธรรมให้น้อง อย่าลำเอียงแบบนี้เลย เพียงแค่เราไม่ใช่คนพื้นที่เหรอ? 
รถเก๋งเลี้ยวตัดหน้ามอเตอร์ไซค์ มอเตอร์ไซค์เป็นฝ่ายผิด  สภ.วังทอง น้องเป็นคนซ้อน เลือดออกในสมอง กระดูกสันหลังหัก9ท่อน หมอบอกน้องอาจกลับมาเดินไม่ได้อีก คู่กรณีบอกถ้าอยากได้มากกว่าพรบ.ให้ไปฟ้องเอา(เราก็เลยไม่ตกลงใช้พรบ.เค้า) #คู่กรณีที่ขับรถเก๋งเป็นทนาย
ต่อมาผู้สื่อข่าวสอบถามผู้โพส ทราบว่าผู้บาดเจ็บ คือ นางสาวแอนนาลิส จูเลีย แครรี่ อาย 19 ปี ลูกครึ่งไทยอเมริกา อยู่บ้านเลขที่ 23 หมู่  7 ต.จันคุม อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ขณะนี้ได้นอนรักษาตัว อยู่ที่โรงพยาบาล โดยมีนางผ่องใส แครี่ย์ อายุ 53 ปี ผู้เป็นมารดา และพี่สาว ไปผู้ดูแลอาการอย่างใกล้ชิด  
โดยนางผ่องใส เล่าให้กับผู้สื่อข่าวฟังว่า วันเกิดเหตุ( 15 ม.ค.) บุตรสาวได้นั่งซ้อนท้ายไปกับแฟน โดยไปทำกิจกรรมบริจาคสิ่งของ แล้วกำลังขับรถจักรยานยนต์กลับจังหวัดบุรีรัมย์ แต่กลับถูกรถคู่กรณีชนที่บริเวณทางเข้าเขาสมอแคลง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก แรงเชี่ยวชนทำให้ นางสาวแอนนาลิส  บุตรสาวกระเด็นจนได้รับบาดเจ็บ กระดูกสันหลังหัก9ท่อน ต้องนอนรักษาตัว และยังไม่รู้สึกตัวในขณะนี้ แถมยังบอกว่า ถ้าเป็นคดีให้ไปฟ้องเอา
นางผ่องใส กล่าวว่า หลังจากเกิดอุบัติเหตุแล้ว ก็ไปเจรจากับคู่กรณี กลับบอกว่าให้ค่ารักษาตาม พ.ร.บ.คือ ไม่เกิน 300,000 บาท ซึ่งตนเอง ก็คิดว่าคู่กรณี น่าจะรับผิดชอบในการรักษามากกว่านี้ ซึ่งอาการของบุตรสาวในขณะนี้ต้องคอยกายภาพให้คืนสภาพกลับมา แต่ก็ไม่เหมือนเดิม 
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปที่ ร.ต.อ.หญิง วิรัรลพัชร  วรพงศ์ปกรณ์ รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. เบื้องต้นหลังเกิดเหตุให้นัดหมายคู่กรณีมาพูดคุยกันเพื่อชดใช้ค่าเสียหาย แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ส่วนทางด้านคดีนั้นได้รับคดีไว้เพื่อดำเนินการตามกฎหมายแล้ว โดยได้ทำการสอบสวนคู่กรณีทั้งสองฝ่ายและพยานที่เห็นเหตุการณ์รวมทั้งหมด 4 ปาก แต่หนึ่งในนั้นมีอายุเพียงแค่ 17 ปี จึงต้องมีการสอบปากคำร่วมกันสี่ฝ่ายกับทีมสหวิชาชีพ และยังต้องสอบปากคำคนขับขี่รถจักรยานยนต์เพิ่มเติมอีกซึ่งอยู่ระหว่างการนัดหมาย 
นอกจากนี้ระหว่างการดำเนินการในชั้นสอบสวนนี้ ได้ประสานกับตำรวจกลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 มาร่วมตรวจที่เกิดเหตุพร้อมร่องรอยการเฉี่ยวชนที่รถยนต์เก๋งและรถจักรยานยนต์ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการส่งผลการตรวจพิสูจน์อยู่ และได้พยายามติดต่อมารดาและพี่สาวของน้องซึ่งเป็นคนซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์และได้รับบาดเจ็บนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพุทธชินราชหลายครั้ง โดยสอบถามว่าน้องพร้อมที่จะให้ปากคำหรือยังแต่ก็ได้รับคำตอบว่ายังไม่พร้อม หากการสอบปากคำพยานและคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเสร็จสมบูรณ์แล้วก็สามารถนำสำนวนสอบสวนส่งอัยการเพื่อดำเนินคดีในชั้นศาลได้

folder_openAssigned tags
keyboard_arrow_up